เลือกนายหน้าอย่างไร ไม่ให้โดนตุ๋น
เลือกนายหน้าอย่างไร ไม่ให้โดนตุ๋น

ถ้าพูดถึงเรื่องการขาย บ้าน คอนโด ที่ดิน หรือแม้กระทั่งการซื้อขาย บ้าน คอนโด ที่ดิน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะซื้อหรือขาย เราก็มักที่จะนึกถึง “นายหน้า” ใช่ไหมล่ะคะ เพราะคงจะหนีไม่พ้นเลยที่อาจจะต้องพึ่งหรือใช้บริการจากนายหน้าทั้งหลาย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ นายหน้า กันนะคะว่า เราจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง ถ้าหากเราตัดสินใจที่จะใช้บริการจากพวกเขาเหล่านั้นค่ะ

นายหน้า ถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด วัตถุประสงค์หลัก ๆ เลยที่จำเป็นต้องมีนายหน้านั้น ก็เพื่อให้การซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์เหล่านั้น เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ราบรื่นและมีความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งอาชีพนี้สามารถเป็นได้ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ของใครหลาย ๆ คน และมีทั้งรูปแบบรายบุคคลและรูปแบบบริษัท นายหน้าด้านอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นมืออาชีพ ที่ผ่านการอบรมเรียนรู้การทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์มาเป็นอย่างดี และบางคนก็สามารถที่จะพูดคุย สื่อสารได้หลายภาษา ก็จะทำให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้นในการซื้อ-ขาย ซึ่งการให้มืออาชีพมาช่วยในการขายนั้นย่อมต้องดีกว่าการที่จะขายบ้านเองโดยขาดประสบการณ์ สำหรับในยุคสมัยนี้ ยิ่งเป็นยุค 4G ด้วยแล้ว

วันนี้ทางแอดมิน จึงได้รวบรวมกลเม็ดเคล็ดลับและวิธีการเลือกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ อย่างชาญฉลาดและมีความเป็นมืออาชีพ จะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น เรามาติดตามกันเลยค่ะ

  • ดูจากประสบการณ์การทำงาน

การเลือกนายหน้าสิ่งที่ควรคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งก็คือ ประสบการณ์ในการทำงาน ของพวกเขาเหล่านั้น ถ้าหากเป็นรายบุคคลควรดูจากระยะเวลาที่ทำงาน รวมถึงผลงานการขายบ้านที่ผ่าน ๆ มาว่าขายได้จริงหรือไม่ และมีความรู้ความสามารถในด้านอสังหาริมทรัพย์มากน้อยเพียงใด แต่ถ้าหากเลือกเป็นประเภทบริษัทควรเลือกบริษัทขนาดใหญ่ที่น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ยกตัวอย่างเช่น บริษัท บ้านไทย เป็นต้น แเพราะบริษัทเหล่านี้จะมีบุคลากรจำนวนมากพอที่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มที่ และสามารถที่จะสื่อสารได้หลายภาษา รวมถึงมีงบประมาณและช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย หลายช่องทาง เพื่อช่วยในการขายได้เป็นอย่างดี

  • พื้นที่บริการ

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ มักเป็นคนในพื้นที่ ที่รู้ราคาและรายละเอียดต่าง ๆ ของพื้นที่นั้น ๆ เป็นอย่างดี เพราะหนึ่งในหน้าที่ของนายหน้าคือการพาลูกค้าเข้าดูบ้าน ซึ่งถ้าหากบ้านที่คุณต้องการขายอยู่ไกลจากพื้นที่บริการหรือพื้นที่ ที่นายหน้าทำงานอยู่ จะทำให้เสียเวลา เสียค่าเดินทาง รวมไปถึงความรู้และความเข้าใจในพื้นที่นั้น ๆ อาจน้อยกว่านายหน้าเจ้าของพื้นที่ แต่ถ้าหากคุณเลือกนายหน้าในรูปแบบบริษัท ก็จะมีเครือข่ายนายหน้าประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ แต่ต้องศึกษาวิธีการ รายละเอียดการทำงาน การให้คำแนะนำ รวมทั้งการดูแลเข้าถึงว่ามีมากน้อยเพียงใด

  • ฐานลูกค้า

ควรเลือกนายหน้าที่ได้รับการแนะนำจากบรรดาเพื่อน ญาติพี่น้อง หรือคนในพื้นที่จะดีกว่า เพราะนายหน้าเจ้าของพื้นที่โดยส่วนใหญ่ จะมีฐานข้อมูลลูกค้าทั้งเก่าและใหม่อยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่นั้น ๆ  และมีช่องทางฝากขาย ประชาสัมพันธ์หลากหลายช่องทาง นั่นจึงเป็นผลดีในการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก

  • เงื่อนไขในการทำงาน

ก่อนที่จะทำการตกลงตัดสินใจเลือกใช้บริการจากนายหน้าควรที่จะเช็คเงื่อนไขในการทำงานอย่างละเอียดรอบคอบว่าการทำงานเป็นอย่างไร ทำหน้าที่อะไรตรงไหนบ้าง สัญญานายหน้าระบุไว้อย่างไร เป็นสัญญาแบบเปิดหรือแบบปิด ระยะเวลาของสัญญากำหนดถึงเมื่อไร เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาขึ้นภายหลัง ถ้าเราทำสัญญาแบบปิด กับนายหน้ารายนั้น ก็จะแสดงว่าเราไม่สามารถที่จะขายบ้านของเรากับนายหน้าท่านอื่น หรือกับคนอื่นได้อีกเลยนะคะ อันนี้ต้องระวังนิดนึงค่ะ

  • มีเทคนิคการขายเชิงรุก

นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ดีจะต้องมีวิธีการเข้าถึงลูกค้าสามารถดึงดูดใจลูกค้า คอยติดตามนำเสนอทรัพย์ที่มีลักษณะตรงตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุด สำหรับบริการด้านอื่น ๆ  พร้อมสรรพหรือมองหาช่องทางเพื่อหาลูกค้ารายใหม่ๆ ที่จะทำให้การขายประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น

  • อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการหรือค่าจ้างของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยปกติทั่วไปอยู่ที่ 2-5% ของราคาที่ขายได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องทำการตกลงราคาให้เสร็จสรรพเรียบร้อยก่อนที่จะทำการเซ็นสัญญา เพราะอย่าลืมว่าเพียงแค่ 1% ของราคาบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ก็ไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อยเลยนะคะ ถ้าหากเราพลาดจุดนี้นั้น ก็อาจจะทำให้เราสูญเสียเงิน ที่ควรจะได้อย่างแน่นอนค่ะ

  • มีทักษะการสื่อสารที่ดี

เรื่องการสื่อสารเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการที่เราจะทำการซื้อ-ขายต้องอาศัยการพูดคุยติดต่อสื่อสารกัน คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ถ้าคุณได้ตกลงทำสัญญาจ้างนายหน้าขายบ้านที่ไม่มีทักษะการสื่อสารที่ดี เพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง การซื้อ-ขายต้องผ่านการพูดคุย การเจรจาที่ดี ตกลงทำสัญญาและมีเงื่อนไขต่างๆ มากมาย ดังนั้น การมีทักษะการสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่น

  • กรอบเวลาในการทำงาน

การรักษากรอบเวลาเป็นลักษณะที่ดีของนายหน้าขายบ้าน เพราะในการซื้อ-ขายบ้านอาจมีเหตุจำเป็นที่ต้องติดต่อกันนอกเวลาทำงาน หรือถ้าหากลูกค้าเร่งรีบในการขายบ้านเขาต้องสามารถปรับแผนการทำงานรวมถึงระยะเวลาทำงานเพื่อให้ดำเนินการขายได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง แต่ถ้าหากลูกค้าไม่รีบร้อนที่จะขาย เขาก็สามารถจัดสรรเวลาเพื่อให้ลูกค้าได้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

เห็นไหมล่ะค่ะว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งหมดที่เรานำมาเสนอในวันนี้ เป็นเพียงเคล็ดลับส่วนหนึ่งของการเลือกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ดี จะเห็นได้ว่านายหน้าเป็นตัวช่วยและที่ปรึกษาที่ดีในการเพิ่มโอกาสที่จะพบกับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่และทำให้เราสามารถขายบ้านได้ง่ายยิ่งขึ้น คราวนี้เราก็จะได้ไม่พลาดท่าให้กับพวกนักต้มตุ๋นอีกแล้วนะคะ