แนวทางการลงทุนคอนโด 2019 พลิกวิกฤตได้ของดีราคาถูก

เราจะเห็นได้ว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 จนถึงช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2019นั้นก็จะพบว่า สถานการณ์ตลาดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการอยู่อาศัยในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ดูจะมีความฝืดเคืองอยู่ไม่น้อย เกิดการชะลอตัวจากการซื้อของผู้บริโภคเนื่องจากเราจะพอทราบข่าวสารในเรื่องของคอนโดในด้านที่ไม่ค่อยจะดีนัก และกระแสข่าวดังกล่าวก็มีออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการ ดังนี้

1.แบงค์ชาติ ได้ออกมาตรการคุมเข้มสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การลงทุนกู้ซื้อบ้านหรือลงทุนคอนโดทำได้ยากขึ้น และมีการบังคับลดสัดส่วน Loan to Value (LTV) เหลือเพียงแค่ 80% สำหรับผู้ซื้อที่เข้าข่าย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน นี้เป็นต้นไป

2.รายงานจากผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยหรือ Developer ได้ระบุว่า อัตราการดูดซับโดยรวมของตลาดในปีที่ผ่านมามีแนวโน้มที่ต่ำลง จนหลายบริษัทต้องชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป

3.ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐอเมริกา ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเช่นกัน จะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมา การลงทุนในตลาดหุ้นมีอัตราลดลง เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดอยู่ในขาลง ยากที่จะสามารถทำกำไรจากการซื้อขาย สภาพตลาดหุ้นที่ชะลอตัว สะท้อนสถานการอสังหาริมทรัพย์ ในไทย ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ต่างจากตลาดหุ้นสักเท่าไหร่ ที่สภาพตลาดเข้าสู่ขาลง การลงทุนก็จะถูกชะลอตัวด้วยเหตุผลข้างต้น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการที่ยากลำบาก ก็ยังพอมีสิ่งดี ๆ แฝงอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสในช่วงนี้วันนี้ BannThai จะพาไปดูว่าเรื่องดี ๆ ที่ว่านั้นคืออะไรกันบ้างนะคะ

3 เทคนิคการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2019

1. Refocus on Established Locations จะเป็นการเน้นลงทุนในทำเลกระแสหลักที่ได้รับความนิยม จากแผนการขยายตัวของเส้นทางรถไฟฟ้าโซนนอก ส่งผลให้มีโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้นในทำเลเหล่านั้นจำนวนมาก เหล่านักลงทุนจำนวนไม่น้อย สนใจที่จะเลือกลงทุนคอนโดใกล้รถไฟฟ้าโซนนอก เพราะมีราคาถูกกว่าคอนโดกรุงเทพฯ ด้านในตัวเมืองและเห็นศักยภาพทำเลที่เหนือกว่า

คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้าทำเลดี
คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้าทำเลดี

อย่างไรก็ตาม คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าโซนนอก แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเติบโตสูง แต่ด้วยการพัฒนาโดยรวมที่ยังไม่ชัดเจนมากนัก จึงยังต้องอาศัยเวลาอีกมาก กว่าที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนในช่วงนี้ จึงควรเน้นทำเลกระแสหลักในกรุงเทพฯ ในกลางใจเมืองและเป็นย่านธุรกิจ อาทิ BTS พร้อมพงษ์ BTS ทองหล่อ หรือโซนใกล้เคียง เป็นต้น

2.Selective Buying ใส่ใจในรายละเอียดและขั้นตอนในการซื้อให้มากเป็นพิเศษ ต้องยึดให้ได้ว่า “การลงทุนน้อย จะให้ผลตอบแทนมาก” คือเป้าหมายของนักลงทุนทุกคน หากต้องการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควรหาข้อมูลให้มาก อย่าซื้อตามกระแส อย่ารีบด่วนเชื่อรีวิว จนกว่าคุณจะได้เก็บข้อมูล เปรียบเทียบ ราคาตลาด ราคาที่สามารถปล่อยเช่าได้ อัตราค่าเช่าต่อตารางเมตร จากหลายๆ โครงการ

3.Off-Plan Bargains การต่อรองนอกแผน ในสภาวะที่ตลาดอยู่ในขาลง ที่หลายคนเชื่อว่า เป็นช่วงที่ควรชะลอการลงทุนออกไปก่อนนั้น จะมีเพียงบางคนที่จะเห็นโอกาสในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่ออัตราการขายโดยรวมน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากผู้พัฒนาจะต้องรีบจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม กันยกใหญ่ เพื่อระบายสต็อกก่อนประกาศมาตรการคุมเข้มสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้วยแล้ว ยังเป็นช่วงที่ผู้บริโภคก็จะมีอำนาจต่อรองสูงกว่าปกติ เช่น การเปลี่ยนข้อเสนอเป็นส่วนลดจำนวนมาก หรือการขอรับข้อเสนอที่เหนือกว่าที่พวกเขาโฆษณาเอาไว้ จะช่วยให้มีโอกาสสร้างรายได้จากการลงทุนได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนสำหรับคอนโดในปี 2562 แม้จะเป็นปีที่สถานการณ์โดยรวมไม่ค่อยจะลื่นไหลสักเท่าไหร่ จากมาตรการคุมสินเชื่อที่อาจส่งผลให้การลงทุนคอนโดทำได้ยากขึ้น และอีกหลายปัจจัย แต่นี่อาจเป็นโอกาสทองที่จะคว้า“ของดี ราคาไม่แพง” จากข้อเสนอที่คุณอาจหาไม่ได้ในปีก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ควรเลือกลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ความเสี่ยงต่ำ บนทำเลหลักที่ดีที่สุด